The World

posted on 05 May 2013 21:02 by pse--apocalypse
     โลกมนุษย์ขั้นกลางระหว่างสวนสวรรค์และนรก เป็นสถานที่เดียวที่ปีศาจและเทวทูตสามารถเจอและปะทะกันได้ (ไม่ถือเป็นเรื่องผิด แต่ต้องรับผิดชอบผลที่ตามมาด้วยตัวเอง) โดยแต่ละเขตพื้นที่บนโลกถูกแบ่งแยกออกตามความเชื่อ ความศรัทธาของตัวมนุษย์

     เพื่อไม่ให้ขอบเขตของเนื้อหากว้างเกินความจำเป็น จึงกล่าวได้สั้นๆว่า เทวทูตของโลกอะพอคาลิปส์มีหน้าที่รับผิดชอบและดูแลมนุษย์ ดวงวิญญาณ ผู้เป็นคริสตศาสนิกชนเท่านั้น ไม่สามารถก้าวก่ายถึงมนุษย์ผู้มีศรัทธาต่อสิ่งอื่นสิ่งใดนอกจากนี้
 
     สิ่งมีชีวิตบนโลกทั้งหมด สามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของเทวทูตหรือปีศาจได้ทางใดทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็นเป็นรูปเป็นร่าง(มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก) การรับรู้เพียงเสียงหรือกลิ่น หรือการรับรู้เจตนารมณ์ ความคิด
มนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์ที่สามารถรับรู้ตัวตนของเทวทูตหรือปีศาจได้หลายรูปแบบ โดยการกระทำของเทวทูตและปีศาจมักจะส่งผลเป็นรูปธรรมบนโลกมนุษย์ เช่น ข้าวของที่ตกหล่นเองอันเกิดจากความซุ่มซ่ามของเทวทูตหรือปีศาจ การเกิดลมพัดในที่ๆไม่มีต้นกำเนิดลมเพราะพลังของเทวทูต ความรู้สึกหวาดกลัวกระทันหันเพราะความคิดอาฆาตของปีศาจ ฯลฯ เป็นต้น
 
     ในทางต้นกันข้าม สิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถรับรู้หรือสัมผัสการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตพิเศษ เทวทูตหรือปีศาจ จะไม่สามารถรับรู้อะไรได้ และมักจะมองเห็นสิ่งเหล่านี้เป็นอีกสิ่งหนึ่ง เช่น มนุษย์ที่ไม่มีสัมผัสพิเศษอาจจะมองเห็นกริฟฟินเป็นเพียงแมวตัวหนึ่ง หรือ อาจจะเห็นแวร์วูลฟ์เป็นเพียงหมาป่าทั่วไป เมื่อเทียบกับมนุษย์ที่มีสัมผัสพิเศษ แม้มีโอกาสเพียงน้อยนิดในการเห็นสิ่งเหล่านี้เป็นรูปร่าง แต่อาจจะรับรู้เรื่องเสียงหรือกลิ่น หรือเจตนารมณ์ ความคิดก็เป็นได้

     หมายเหตุ : การใช้พลังหรือการเกิดความคิดบางอย่างอย่างรุนแรงสามารถกระตุ้นให้มนุษย์มอง เห็นเทวทูตและปีศาจได้ การที่มนุษย์มองเห็นร่างต้นของเทวทูตหรือปีศาจจะส่งผลต่อจิตใจและสภาพร่าง กายของมนุษย์ในระดับหนึ่ง เช่น สติฟั่นเฟื่อน, หวาดระแวง, วิกลจริต, อายุขัยลดลง หรือเสียชีวิตทันที ทำให้มีกฏการจำแลงร่างบัญญัติขึ้นเพื่อไม่ให้มนุษย์ได้รับผลกระทบในจุดนี้